บทความ

Zao Snow Monsters ทุ่งปีศาจหิมะที่ซาโอะ

รูปภาพ
 วันนี้จะมาแนะนำ ทุ่งปีศาจหิมะ หรือ snow monsters ที่ผมกับเพื่อนๆไปเที่ยวกันมาครับ ทุ่งปีศาจหิมะเป็นปรากฎการณ์ธรรมชาติที่หาดูได้ยาก ในญี่ปุ่นมีเพียง 2-3 จุด ที่ฮอกไกโด ที่อะโอโมริ และที่นี่ ซาโอะ จังหวัดยามากะตะ ที่ซาโอะ เป็นจุดที่มีชื่อเสียงมากที่สุดในญี่ปุ่น สำหรับปัจจัยการเกิดปรากฏการณ์ทุ่งปีศาจหิมะ มีอยู่ 4 อย่าง หนึ่ง ต้องเป็นต้นสนพันธ์ Aomori-todomatsu ซึ่งเป็นสนที่ไม่พลัดใบมีสีเขียวตลอดทั้งปี และเกิดบนภูเขาสูง สอง คือ หิมะ ต้องเป็นจุดที่หิมะตกไม่หนักหรือน้อยจนเกินไป เพราะถ้าตกหนักเกินไปต้นสนจะไม่ขี้นหรือถ้าน้อยเกินไป หิมะจะไม่จับตัวเป็นรูปร่าง สาม กระแสลมต้องมีกำลังพัดที่แรงพอ และสม่ำเสมอ ถึงจะเกิดการจับตัว สี่ ทิศทางของกระแสลมที่พัก คือลมพัดมาจากทะเล ในจุดที่มีกระแสน้ำอุ่นไหลผ่าน ก็พัดพาเอาไอน้ำจากทะเลลอยมาเป็นเมฆหิมะ พอพัดเข้าเกาะหรือแผ่นดิน แล้วปะทะกับภูเขาลูกแรก ลมก็ตีขึ้นสูงตามแนวเขา  อุณหภูมิลดฮวบลง รอบๆนิวเคลียสของไอน้ำในก้อนเมฆ(condensation nuclei) กลายเป็นน้ำแข็ง เกิดเป็นหิมะตกในบริเวณเทือกเขาลูกแรก   แต่ลมยังคงพัดต่อไปข้ามเขาลูกแรกลงไป

5 สวนดอกไม้ที่สวยที่สุดในญี่ปุ่น (ที่ไม่ไกลจาก Tokyo)

รูปภาพ
 หลังจากผ่านฤดูหนาวอันหนาวเหน็บไปแล้ว ก็จะเริ่มเข้าสู่ฤดูใบไม้ผลิ กับอากาศที่อบอุ่นขึ้น มวลดอกไม้ ต่างๆหลากหลายชนิดก็เริ่มเบ่งบานสะพรั่ง วันนี้เลยมีที่เที่ยวชมดอกไม้สวยๆที่ถือว่าเป็นที่สุดที่อยู่ไม่ไกลจากโตเกียวมากนักที่สามารถเดินทางไปเช้า-เย็นกลับจากกรุงโตเกียว  มาแนะนำให้รู้จักกัน จะมีที่ไหนกันบ้างไปตามไปชมกันเลยครับ 1. สวนฮิตาชิ ซีไซค์ปาร์ค  Hitachi seaside park ตั้งอยู่ที่เมือง Hitachinaka จังหวัด Ibaragi  สวนแห่งนี้จะมีดอกไม้อยู่ 2 ชนิดที่ขึ้นว่าสวยที่สุดในญี่ปุ่น นั่นคือ ดอกเนโมฟีล่า (Nemophila) ซึ่งจะบานตั้งแต่กลางเดือนเมษายน ถึง กลางเดือนพฤษภาคมของทุกปี  ส่วนอีกชนิดคือ ต้นโคะเคียะ (Kochia) ต้นไม้กวาดสีแดงสด เวลาที่เหมาะสมที่สุดที่จะมาชมต้นโคะเคียะ คือ ช่วงกลางเดือนตุลาคมถึงปลายเดือน      การเดินทาง จากสถานี Ueno นั่งรถไฟสาย Joban รถด่วนใช้เวลาประมาณ 70 นาที ลงที่สถานี Katsuta แล้วออกประตู East exit  จากนั้นนั่งรถบัสต่อที่ป้ายหมายเลข2 ibaraki kotsu bus ไปอีกประมาณ20 นาที ถึงสวนเลย หรือจะนั่งแท็กซี่เพื่อความสะดวกก็ได้ประมาณ 15 นาที เว็บไซค์   http://en.hitachikaihi

Trip in Japan : ชิราคาวาโกะ หมู่บ้านมรดกโลก ความงดงามกลางขุนเขา ( shirakawa-go )

รูปภาพ
     ชิราคาวาโกะ หมู่บ้านมรดกโลก กับความงดงามที่ซ่อนตัวอยุ่กลางขุนเขา ด้วยวัฒนธรรมและความเป็นเอกลักษณ์ของหมู่บ้านแห่งนี้คือรูปแบบของหลังคาบ้าน ที่สร้างขึ้นให้มีความลาดเอียง 60 องศาเพื่อลดการทับถมของหิมะในช่วงฤดูหนาว ที่หิมะจะตกหนักทำให้หิมะไหลลงมาได้ง่ายขึ้น หลังคาแบบนี้เรียกว่า กัสโชสึคุริ (Gassho-zukuri) หรือทรงพนมมือนั่นเอง จึงได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก ในปี 1995 และนอกจากนั้นหลังคาบ้านจะไม่มีการใช้ตะปู แต่จะเป็นการใช้ไม้กลัดและใช้เชือกมัดให้แน่นนั่นเอง หลังคาถูกสร้างขึ้นจากไม้ หญ้าคา ฟางข้าว ทับซ้อนกันหลายชั้นจนหนาเพื่อความเเข็งแรงและป้องกันความชื้น หมู่บ้านแห่งนี้ มีอายุประมาณ 200-300 ปี เป็นหมู่บ้านชาวนา ตั้งแต่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก ก็ทำให้นักท่องเที่ยวมาเที่ยวที่นี่เพิ่มขีึื้นอย่างมากมาย ไม่เว้นแต่นักท่องเที่ยวชาวไทย ที่จะมาเที่ยวที่นี่กันมาก โดยเฉพาะในฤดูหนาวที่มีหิมะตกหนานุ่ม ยิ่งทำให้หมู่บ้านแห่งนี้สวยงามราวกับหมู่บ้านในเทพนิยายเลยก็ว่าได้ ยิ่งทำให้นักท่องเที่ยวชื่นชอบและมาเที่ยวกันมากในช่วงนี้ หมุ่บ้านชิราคาวาโกะ ตั้งอยู่ในเขต